การปฏิสนธินอกร่างกาย
ไอ วี เอฟ (IVF)คืออะไร ?
IVF เป็นคำย่อในภาอังกฤษของการปฏิสนธินอกร่างกาย In vitro หมายถึง “ในแก้ว” การปฏิสนธิเกิดในจานแก้วในห้องปฏิบัติการ การช่วยการเจริญพันธุ์ที่เกิดขึ้นในยุคแรกๆ นั้น การปฏิสนธิทำในหลอดทดลองจึงเรียกว่า “เด็กหลอดแก้ว” ดังนั้นการช่วยการเจริญพันธุ์โดยการปฏิสนธินอกร่างกาย จึงเรียกสั้นๆ ว่า ไอ วี เอฟ (IVF)
IVF ถูกนำมาใช้ในสตรีที่มีการอุดตันของท่อนำไข่ หรือไม่มีท่อนำไข่ ปัจจุบันเราใช้ IVF ช่วยคนที่มีปัญหาของระบบสืบพันธุ์ รวมถึงความผิดปกติของการตกไข่ จำนวนอสุจิน้อย อสุจิเคลื่อนไหวช้า ภาวะมีบุตรยากที่ไม่สามารถอธิบายสาเหตุได้ และคู่สมรสที่มีโอกาสถ่ายทอดโรคทางพันธุกรรมด้วย
IVF ช่วยได้อย่างไร ?
ในแต่ละรอบประจำเดือนจะมีฟอลลิเคิลจำนวน1 – 30 ฟอลลิเคิลเกิดขึ้นเพื่อรอการคัดเลือก ทั้งนี้ขึ้นกับอายุของผู้หญิงเป็นสำคัญในธรรมชาติไม่ว่าผู้หญิงจะมีอายุ เท่าไรก็ตาม จะมีฟอลลิเคิลเพียง 1 ใบที่เด่นกว่าฟอลลิเคิลอื่นๆ และให้ไข่ตกออกมาเมื่อระดับฮอร์โมน เอฟเอสเอช ในร่างกายเหมาะสม
การ รักษาด้วยวิธี IVF มีเป้าหมายต้องการรักษาระดับฮอร์โมน เอฟเอสเอช ให้คงที่ เพื่อกระตุ้นให้ฟอลลิเคิลเกิดขึ้นในรอบนั้นทุกใบ เจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์เต็มที่ แล้วเจาะเก็บไข่เหล่านั้นโดยใช้การอัลตราซาวด์นำร่อง จากนั้นนำไข่ที่ได้ไปปฏิสนธิกับอสุจิในห้องปฏิบัติการ เลี้ยงตัวอ่อนในเวลาหลายวัน หลังจากนั้นนำตัวอ่อน 1 – 2 ตัว ย้ายกลับเข้าโพรงมดลูกของมารดา
ถ้ายังมีตัวอ่อนเหลืออยู่ สามารถทำการแช่แข็งเก็บไว้ใช้ครั้งต่อไปได้
ขั้นตอนของการปฏิสนธินอกร่างกาย (IVF)
ป้องกัน การตกไข่ก่อนเวลา (ป้องกันไม่ให้เกิด LH surge )โดยการปิดกั้นการสั่งการระหว่างสมองและรังไข่ เพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียไข่ไปก่อนวันเจาะเก็บไข่
กระตุ้นรังไข่โดยให้ฉีดฮอร์โมน เอฟเอสเอช
ทำให้ไข่ตกโดยฉีดฮอร์โมน เอช ซี จี ในช่วงกลางของรอบประจำเดือน แทน LH surge ธรรมชาติ
เจาะเก็บไข่ และ เก็บอสุจิ เตรียมไข่และอสุจิ แล้วทำการปฏิสนธินอกร่างกาย
เลี้ยงตัวอ่อนในห้องปฏิบัติการ
ย้ายตัวอ่อนกลับเข้าโพรงมดลูกของมารดา
ให้ฮอร์โมนเอช ซี จี หรือ โปรเจสเตอโรนเพื่อช่วยคงสภาพเยื่อบุโพรงมดลูกในระยะลูเทียลเฟส
การปฏิสนธินอกร่างกาย
กระตุ้นรังไข่โดยการฉีดฮอร์โมน เอฟเอสเอช
แพทย์ ที่ทำการรักษาต้องการกระตุ้นรังไข่ให้ได้ไข่ที่สมบูรณ์จำนวนมากที่สุดเท่า ที่มีอยู่ จึงต้องควบคุมการให้ฮอร์โมน เอฟเอสเอช และฮอร์โมนอื่น ไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้นระหว่างรับการกระตุ้นรังไข่ และต้องระวังไม่ให้เกิดภาวะไข่ตกก่อนเวลาที่กำหนดด้วย
เป็น เรื่องสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจว่า เราไม่สามารถเพิ่มขนาดฮอร์โมน เอฟเอสเอช เพื่อให้ได้ฟอลลิเคิลจำนวนที่มากกว่าที่มีตอนเริ่มต้นได้ ขนาดฮอร์โมนที่เหมาะสม พอเพียงกับผู้รับการกระตุ้นแต่ละรายจะยับยั้งการแข่งขันของฟอลลิเคิลเหล่า นั้น เมื่อถึงจุดนั้นเราจะได้ฟอลลิเคิลที่เจริญเต็มที่ในจำนวนที่ดี
ประการ ที่สอง การฉีดฮอร์โมน เอฟเอสเอช ไม่ได้เร่งให้มีการใช้ฟอลลิเคิลและไข่ เร็วขึ้นกว่าในรอบประจำเดือนปกติที่ไม่ได้รับฮอร์โมน ฟอลลิเคิลเหล่านี้เริ่มเจริญขึ้นก่อนหน้านี้แล้วหลายเดือน ซึ่งฟอลลิเคิลที่ไม่เจริญเต็มที่ก็จะฝ่อไปเองตามธรรมชาติ
การให้ฮอร์โมน เอฟเอสเอช มากไปก็ไม่ดี เอฟเอสเอช ในระดับสูง เป็นอันตรายต่อไข่และอาจทำให้ผู้รับการกระตุ้นเกิดภาวะเสี่ยงต่อ การเกิดกลุ่มอาการรังไข่ถูกกระตุ้นมากเกินไปได้
ระยะเวลาในการฉีดฮอร์โมน เอฟเอสเอช ก็มีความสำคัญ ระยะปกติของฟอลลิคูลา เฟส เราจะพบว่าฟอลลิเคิลจะมีขนาดโตขึ้น ใช้เวลาราว 11 วัน หรือมากกว่านั้น
เราสามารถตรวจดูระดับเอสโตรเจนในผู้หญิงภายหลังรับ การกระตุ้นไปแล้ว 3 – 4 วัน หากเพิ่มขึ้นไม่มากแสดงว่าตอบสนองไม่ดี เราสามารถเพิ่มปริมาณ เอฟเอสเอช ได้อีก แต่หากตอบสนองมากเกินไป ต้องลดปริมาณ เอฟเอสเอช ที่ใช้ลง
ใน วันที่ 7 – 8 ของการกระตุ้นรังไข่แพทย์จะตรวจติดตามการเติบโตของฟอลลิเคิลเป็นครั้งแรก ด้วยอัลตราซาวด์ และตรวจติดตามครั้งต่อไปแพทย์จะพิจารณาจากการตอบสนองต่อยาของคนไข้แต่ละราย ซึ่งอาจต้องเจาะเลือดดูระดับฮอร์โมนประกอบร่วมกับตรวจด้วยอัลตราซาวด์ ทุก 2 วัน จนกว่าฟอลลิเคิลจะมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 18 - 20 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นขนาดที่เหมาะสมที่จะให้ไข่ที่สมบูรณ์
การทำ IVF โดยใช้ไข่ในรอบธรรมชาติ
สามารถ ทำ IVF ได้โดยไม่ต้องกระตุ้นด้วยฮอร์โมนก็ได้ คือใช้ไข่ที่ได้ในรอบประจำเดือนธรรมชาติ ซึ่งมักมีฟอลลิเคิลเพียงใบเดียว เพื่อทำปฏิสนธิในห้องปฏิบัติการ แต่อย่างไรก็ตามเรายังต้องการฟอลลิเคิลทั้งหมดที่เจริญมาในรอบนั้น การใช้ฮอร์โมนร่วมด้วยจึงช่วยเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์นการทำ IVF หนึ่งรอบ
ไข่ที่มีเหลือในรังไข่
เราไม่สามารถบอกได้ว่าผู้หญิงแต่ละคนจะมีไข่เหลืออยู่ในรังไข่เท่าไร แต่แพทย์จะทราบได้จากการตรวจดูระดับฮอร์โมน เอฟเอสเอช ในกระแสเลือด และการตรวจอัลตราซาวด์ในช่วงต้นของรอบเดือน
การป้องกันไข่ตกก่อนเวลาที่กำหนด
หยุดการสื่อสารระหว่างสมองและรังไข่ เพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียไข่ไปก่อนวันเจาะเก็บไข่
การ ป้องกันไข่ตกก่อนเวลาที่กำหนดทำได้โดยให้ GnRH – analogs กลุ่มของยาที่มีความใกล้เคียงกับฮอร์โมนโกนาโดโทรปิน รีลีสซิ่ง ฮอร์โมน ในธรรมชาติ (Gonadotropin releasing hormone:GnRH) ที่สร้างจากต่อมใต้สมองเพื่อควบคุมการปล่อยฮอร์โมนเอฟเอสเอช และ แอล เอช จากต่อมพิทูอิตารี GnRH – analogs มี 2 กลุ่ม คือ agonist และ antagonist ช่วยป้องกัน LH-surge ด้วยกลไกที่ต่างกัน
GnRH agonists ระยะแรกจะกระตุ้นการหลั่งของ เอฟเอสเอช และ แอล เอช ต่อไปจะยับยั้งและควบคุมต่อมพิทูอิตารี agonists ที่ใช้ในประเทศไทยมี 2 ชนิด ในรูปแบบสเปรย์พ่นทางจมูก และรูปแบบฉีด แพทย์จะพิจารณาเลือกใช้ให้เหมาะสมกับแต่ละคน
GnRH antagonists เป็นรูปแบบใหม่ของยาฉีด ที่ออกฤทธิ์ยับยั้ง เอฟเอสเอช และ แอล เอช โดยไม่เกิดการกระตุ้นฮอร์โมนทั้งสองก่อน หมายถึงการใช้ยาที่สั้นลง ปกติเริ่มใช้ในวันที่ 6 ของการกระตุ้นด้วย เอฟเอสเอช antagonists ในประเทศไทย ได้แก่ Cetrotide® และ Orgalutran® ซึ่งมีราคาสูงกว่า agonist แต่ประสิทธิภาพในการป้องกัน LH-surge ไม่แตกต่าง ใช้ได้ผลดีกับผู้หญิงที่รังไข่สร้างฟอลลิเคิลน้อยในรอบการรักษาด้วย IVF หรือผู้หญิงที่มีอายุมาก หรือใช้กับผู้หญิงที่ต้องการใช้เวลาในการรักษา ที่สั้นลง แพทย์จะเลือกใช้ยาโดยพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ ได้แก่ อายุ การตอบสนองต่อการรักษาในรอบที่ผ่านมา และ ความสะดวก
การเหนี่ยวนำให้ไข่ตก
การฉีดฮอร์โมน hCG ในช่วงกลางรอบการรักษา เพื่อเลียนแบบ LH-surge
เรา ไม่สามารถใช้ แอล เอช ชนิดสังเคราะห์ เพื่อเลียนแบบ LH-surge ในธรรมชาติ เพราะระยะเวลาที่เกิด LH-surge สั้นมาก จึงใช้ฮอร์โมน hCG ช่วยแทนภาวะ LH-surge ตามธรรมชาติ เพื่อทำให้ไข่สุกเต็มที่ และเกิดการตกไข่ คือทำให้ไข่หลุดจากผนังของฟอลลิเคิลมาลอยอยู่ในน้ำของฟอลลิเคิล เราจึงจะเจาะเก็บไข่ได้
ไข่จะตกหลังจากฉีด hCG ไปแล้วประมาณ 38 ชั่วโมง ไข่ที่โตเต็มที่สามารถลอยตัวอยู่ในน้ำของฟอลลิเคิลได้หลังชั่วโมงที่ 34 เราจึงมีเวลานาน 4 ชั่วโมงเป็นช่วงเวลา (window) ที่เหมาะกับการเจาะเก็บไข่ ดังนั้นเราจึงมักนัดเวลาเก็บไข่หลังจากให้ hCG ไปแล้ว 36 ชั่วโมง
ในท้องตลาดในรูปแบบผง มีชื่อทางการค้าว่า “Pregnyl®” และ “Ovidrel®” แพทย์จะเลือกใช้ตามความเหมาะสม
ควรหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่วันที่ 3. ของการกระตุ้นรังไข่ด้วยเอฟเอสเอช ไปจนถึงวันที่เจาะเก็บไข่เรียบร้อยแล้ว แม้ว่าจะมีโอกาสน้อยที่จะเกิดการตั้งครรภ์ตามธรรมชาติ แต่มีความเสี่ยงต่อการเกิดครรภ์แฝดได้เมื่อย้ายกลับตัวอ่อนแล้ว
การเจาะเก็บไข่
การเจาะเก็บไข่ เป็นการดูดหรือระบายน้ำที่อยู่ในฟอลลิเคิลระยะก่อนที่ไข่จะตกออกมาเองจากรัง ไข่ โดยใช้แท่งตรวจอัลตราซาวด์ควบคู่ไปกับการใช้เข็มเจาะผ่านบริเวณตอนบนสุดของ ช่องคลอดหรือ ด้านข้างปากมดลูก
การระงับความรู้สึก
การเจาะเก็บไข่ ที่ศูนย์ซูพีเรีย เออาร์ที ใช้เวลาสั้นๆและไม่เจ็บปวด วิสัญญีแพทย์ใช้การระงับความรู้สึกอย่างอ่อนๆ ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว และหลับไปชั่วคราว การหายใจยังคงเป็นปกติตามธรรมชาติ และใช้หน้ากากเพื่อเพิ่มออกซิเจนหรือกรณีจำเป็นต้องใช้แกสเพื่อทำให้หลับ วิสัญญีแพทย์และทีมพยาบาลจะให้การดูแลอย่างใกล้ชิดตั้งแต่เริ่มจนจบกระบวน การเจาะเก็บไข่ และให้คุณพักต่อในห้องพักฟื้น อีก 1-2 ชั่วโมง เมื่อตื่นดีแล้ว และร่างกายกลับสู่สภาพปกติ คุณสามารถทำกิจกรรมต่างๆได้ตามปกติ เช่นรับประทานอาหารได้ เป็นต้น จากนั้นเราจึงอนุญาตให้คุณเดินทางกลับบ้าน
วิธีการเจาะเก็บไข่
กระบวน การเจาะเก็บไข่เกิดขึ้นหลังจาก คุณได้รับยาระงับความรู้สึก แพทย์จะใช้อัลตราซาวด์ตรวจดูฟอลลิเคิลในรังไข่ แล้วใช้เข็มสำหรับดูดน้ำจากฟอลลิเคิล แทงผ่านผนังช่องคลอด บริเวณด้านข้างปากมดลูกตรงไปที่รังไข่ กระบวนการนี้ไม่อนุญาตให้สามีเข้าไปในห้องผ่าตัด ระหว่างทำอาจมีเลือดออกได้เล็กน้อยจากผนังช่องคลอด อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ เช่น เลือดออกมากกว่าปกติ เกิดการบาดเจ็บที่อวัยวะภายใน หรือเกิดการติดเชื้อ แต่พบได้น้อยมาก
หลังจากดูดน้ำจากฟอลลิเคิล แล้วแพทย์จะใช้น้ำยา ที่เตรียมเพื่อเก็บไข่ มาล้างฟอลลิเคิลเพื่อให้แน่ใจ ว่าไข่ในฟอลลิเคิลถูกดูดออกมาแล้ว การที่แพทย์ใส่น้ำเข้าไปให้ฟอลลิเคิลอีกครั้ง อาจทำให้ผู้ป่วยบางคนจะรู้สึกตึงท้องได้ ดังนั้นหลังจากการดูดน้ำออกจากฟอลลิเคิลหมดแล้ว บางคนจะมีอาการปวดท้องเป็นอยู่ 2- 3 วัน การรับประทานยาพาราเซตามอลช่วยลดอาการปวดได้ ไม่จำเป็นต้องใช้ยาแก้ปวดที่มีฤทธิ์แรง
อาการ ข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังจากการเจาะเก็บไข่คืออาการคล้ายอาการเมื่อมีไข่ ตก ทั้งนี้เพราะไข่ถูกดูดออกไปหมดแล้ว อาการที่พบได้แก่ หงุดหงิด คัดตึงเต้านม ท้องอืด และ อึดอัดภายในท้อง
การเตรียมไข่
นักวิทยาศาสตร์ผู้ชำนาญการเลี้ยงตัวอ่อนของศูนย์ซูพีเรีย เออาร์ที จะเตรียมรอรับไข่ในปฏิบัติการ เลี้ยงตัวอ่อนซึ่งเชื่อมต่อกับห้องเก็บไข่ สารน้ำทั้งหมดที่ได้จากการเจาะฟอลลิเคิลถูกเก็บในหลอดทดลอง และส่งให้นักวิทยาศาสตร์ที่ห้องนี้ นักวิทยาศาสตร์จะตรวจหาไข่ โดยดูจากกล้องจุลทรรศน์ที่มีกำลังขยายสูงแล้วแยกออกไว้ เตรียมไข่และย้ายไข่ลงในจานเพาะเลี้ยง นำเข้าตู้อบที่ควบคุมอุณหภูมิ
การพักฟื้น
หลังการเจาะเก็บไข่ พยาบาลจะนำคุณไปที่ห้อง พักฟื้นเมื่อคุณตื่นดีแล้วจะอนุญาตให้สามีเข้ามา อยู่เป็นเพื่อนคุณได้เพราะคุณได้รับยาระงับความรู้สึก เราจึงแนะนำให้คุณ กลับไปพักผ่อนต่อได้ที่บ้าน ไม่ควรขับรถเองหรือเดินทางกลับบ้านตามลำพัง เพราะอาจไม่ปลอดภัยเท่าที่ควร ใน 24 ชั่วโมงหลังจากเก็บไข่ คุณไม่ควรทำงานหนัก เช่น ขับรถทางไกล ทำงานกับเครื่องจักรกลต่างๆ
หรืองานเซนต์เอกสารที่ทำให้เครียดควร พักผ่อนให้มากแต่ไม่มีความจำเป็นต้องหยุดงาน ในวันต่อไป ถ้าคุณคิดว่าต้องการหยุดงานในช่วงนี้ คุณสามารถขอหนังสือรับรองจากแพทย์ได้ ขอให้คุณแจ้งกับพยาบาลด้วย
ในกรณีที่ฝ่ายชาย มาทำพีซ่า หรือ เทเซ่ ในเวลาเดียวกันกับที่ฝ่ายหญิงมาเจาะเก็บไข่ คุณทั้งสองคนควรมีเพื่อน มารับคุณกลับบ้าน
ศูนย์ซูพีเรีย เออาร์ที พร้อมสรรพด้วยอุปกรณ์ทางการแพทย์และทีมงานผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้คุณมั่นในทุกขั้นตอน
การเก็บอสุจิ
ทันทีหลังจากฝ่ายหญิงเจาะเก็บไข่เสร็จแล้ว ฝ่ายชายต้องเก็บอสุจิ ศูนย์ซูพีเรีย เออาร์ที ได้จัดเตรียมห้องส่วนตัวสำหรับคุณเพื่อเก็บอสุจิ หรือคุณอาจเก็บอสุจิมาจากที่บ้านก็ได้ ถ้าคุณสามารถนำมาส่งให้ห้องปฏิบัติการของเราได้ในเวลา 1 ชั่วโมง หรือ คุณสามารถเก็บอสุจิฝากแช่แข็งไว้ล่วงหน้าในกรณีที่คุณไม่สามารถมาเก็บอสุจิ ในวันที่มีการเจาะเก็บไข่
นักวิทยาศาสตร์ที่ ศูนย์ซูพีเรีย เออาร์ที จะพิจารณาถึงความสดใหม่ และคุณภาพของอสุจิจากตัวอย่างอสุจิที่คุณเก็บได้ เพื่อให้แน่ใจว่าได้อสุจิสดใหม่ แนะนำให้หลั่งอสุจิในวันที่ฝ่ายหญิงฉีดฮอร์โมน hCG ครั้งหนึ่งก่อน และรอหลั่งอสุจิอีกครั้งในวันที่เจาะเก็บไข่ เพื่อให้ได้อสุจิมีคุณภาพสูงสุด